วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ริดสีดวง กับการดื่มน้ำ

ริดสีดวง เป็นโรคที่เป็นกันมากในสังคมไทยปัจจุบัน ซึ่งมีหลายสาเหตุด้วยกันที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวง แต่ส่วนใหญ่มักมาจากลักษณะของการรับประทานอาหาร ผู้ป่วยโรคริดสีดวงส่วนใหญ่ไม่ค่อยรับประทานอาหารที่มีเส้นใย ประเภทผักและผลไม้ จึงทำให้ถ่ายยาก และเกิดโรคริดสีดวงทวารได้ง่าย และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือการดื่มน้ำน้อย การดื่มน้ำน้อยทำให้อุจาระแข็งตัวและทำให้ขับถ่ายยากขึ้น ผู้ป่วยโรคริดสีดวงควรหันมาดื่มน้ำในปริมาณที่มากขึ้น อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะทำให้อาการริดรีดวงดีขึ้น

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

โรคริดสีดวงทวารหนักรักษาอย่างไรหายเร็ว


นี่เป็นข้อมูลเก่าจากปี 2552 ซึ่งผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ เลนำมาลงให้เพื่อนๆ ได้ศึกษากันครับ

 โรคริดสีดวงทวารหนักรักษาอย่างไรหายเร็ว


ประธานชมรมศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เผยข้อสรุปนวัตกรรมใหม่ในการรักษาริดสีดวง ด้วยวิธีการผ่าตัดแบบสมัยใหม่ โดยใช้เครื่องมือตัดเย็บแบบใหม่ (Stapled hemorrhoidectomy) หรือที่เรียกว่า การผ่าตัดรักษาด้วยวิธี PPH (procedure for prolapsed and hemorrhoid) ช่วยให้ผู้ป่วยเจ็บน้อยและแผลหายเร็วขึ้น
กรุงเทพฯ - มิถุนายน 2552 - พล.ต.รศ.นพ.ปริญญา ทวีชัยการ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ประธานชมรมศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (ประเทศไทย) เปิดเผยถึง ข้อสรุปนวัตกรรมใหม่ในการรักษาริดสีดวงทวารหนักในวงการแพทย์ไทย ด้วยนวัตกรรมการผ่าตัดแบบสมัยใหม่ ที่ทำให้ผู้ป่วยเจ็บน้อยและแผลหายเร็วยิ่งขึ้น ว่าวงการแพทย์ไทยได้มีการจัดประชุมวิทยาการเกี่ยวกับการรักษาโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งได้ข้อสรุปทางเทคนิคในการผ่าตัดรักษาริดสีดวงทวารที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย หรือผู้ที่กำลังมีปัญหาการรักษาในปัจจุบัน ด้วยนวัตกรรมวิธีการผ่าตัดแบบสมัยใหม่ ซึ่งนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วย ในกรณีที่ต้องรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักด้วยการผ่าตัด
โดยพบข้อดีสำหรับผู้ป่วยหลังการผ่าตัดด้วยเครื่องมือผ่าตัดแบบใหม่ ที่เรียกว่า Stapled hemorrhoidectomy ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเจ็บน้อย และใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดและพักฟื้นตัวน้อย ระยะเวลาการฟื้นตัวของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดเร็ว ความต้องการในการรับประทานยาแก้ปวดของผู้ป่วยน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดแบบเดิม รวมถึงผลข้างเคียง หลังการผ่าตัดไม่ก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อน ผู้ป่วยจึงกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ไวกว่าการผ่าตัดแบบเดิม
โรคริดสีดวงทวารหนักเป็นโรคที่พบบ่อยทั้งในเพศชายและเพศหญิง แต่ผู้ป่วยจำนวนมาก
มีแนวโน้มที่จะเก็บความทุกข์ทรมานจากโรคนี้ไว้ตามลำพังเนื่องจากความอายและกลัวการผ่าตัด โดยสมาคมศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนักแห่งสหรัฐอเมริการายงานว่า ประชากรประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของประเทศจะมีโอกาสเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักในช่วงชีวิตของเขา และเหตุผลหนึ่งที่ผู้ป่วยไม่กล้าปรึกษาแพทย์เพราะกลัวการรักษาด้วยการผ่าตัดแบบเดิม ซึ่งมีข้อมูลว่าเจ็บปวดแสนสาหัส อีกทั้งผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจากศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบลำไส้ใหญ่และทวารหนัก หรือไปรักษาจากบุคคลากรที่ไม่ใช่แพทย์ มักจะก่อให้เกิดปัญหาโรคแทรกซ้อนตามมา ที่พบบ่อยที่สุดคือรูทวารตีบตันไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้ ซึ่งมักพบจากการรักษาริดสีดวงทวารหนัก โดยการจี้ด้วยธูปความร้อน จี้ด้วยกรดหรือสารเคมีกัดผิวหนัง ฉีดสารเคมีที่ไม่ถูกต้องลงไป รวมทั้งการผ่าตัดที่ตัดริดสีดวงออกมากเกินไป ทำให้ต้องใช้เวลารักษาตัวนานอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้ทวารหนักใหม่สามารถใช้การได้ดี
ในปัจจุบันมีวิธีการรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักที่ถูกต้องมากมายหลายวิธี ที่สามารถขจัดปัญหาเรื่องริดสีดวงทวารหนักออกไป โดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานใด ๆ ขึ้นอยู่กับชนิดของริดสีดวงว่าเป็นริดสีดวงชนิดภายใน (Internal Hemorrhoid) หรือริดสีดวงชนิดภายนอก (External Hemorrhoid) ซึ่งหลัก ๆ แล้ว มีอยู่ 2 วิธีใหญ่ ๆ คือ การรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด และการรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเลือกรักษาโดยวิธีการไม่ต้องผ่าตัด หากอาการนั้นยังไม่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานในการใช้ชีวิตประจำวันมากจนเกินไป
การรักษาด้วยการผ่าตัดโดยใช้เครื่องมือตัดเย็บแบบใหม่ (Stapled hemorrhoidectomy) หรือที่เรียกว่า การผ่าตัดรักษาด้วยวิธี pph (procedure for prolapsed and hemorrhoid) เหมาะกับการรักษาโรคสีดวงทวารหนักชนิดภายใน ในระยะที่ 3 และ 4 หรือริดสีดวงทวารหนักชนิดภายในที่เป็นโดยรอบทวารหนัก โดยการผ่าตัดแบบนี้ เป็นวิธีแก้ไขกลไกที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหนักโดยตรง เพราะจากทฤษฏีแล้ว ริดสีดวงทวารหนักเกิดจากการเลื่อนตัวของเบาะรอง (cushion) ที่อยู่ภายในทวารหนักออกมาภายนอก วิธีการผ่าตัดนี้จะดันเบาะรองกลับไปสู่ตำแหน่งเดิม และตัดเฉพาะส่วนเกินที่ยื่นออกมาเท่านั้น ไม่ตัดเบาะรองออกทั้งหมด ในความเป็นจริงแล้วเบาะรองมีประโยชน์ในการทำให้ทวารหนักของคนเราปิดสนิท ไม่มีน้ำอุจจาระ เล็ดออกมาได้ในระหว่างที่ไม่ได้ถ่ายอุจจาระ
ซึ่งการผ่าตัดโดยใช้เครื่องมือตัดเย็บแบบใหม่นี้ ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่สำคัญ 3 ส่วน คือ เครื่องมือสอดและถ่างทวารหนัก เครื่องมือช่วยเย็บ และเครื่องมือตัดเย็บหัวริดสีดวง โดยการตัดและเย็บนี้ จะกระทำตามแนวเส้นรอบวงโดยตลอด จึงสามารถตัดหัวริดสีดวงออกได้ทุกหัวและไม่ทำให้รูทวารหนักแคบลง อีกทั้งแนวการเย็บอยู่สูงกว่าเส้นเด็นเต็ท (dentate line) ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวดมาเลี้ยง จึงทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดน้อยลง โดยมีผลศึกษาทางการแพทย์จากรายงานในต่างประเทศที่สอดคล้องกับผลสรุปของการประชุมในครั้งนี้ว่า การผ่าตัดรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักชนิดภายในด้วยเครื่องมือตัดเย็บแบบใหม่นี้ มีข้อดีคือ ตัดหัวริดสีดวงทวารหนักออกได้หมด โดยไม่เกิดผลแทรกซ้อนเรื่องทวารหนักตีบตัน รวมถึงโอกาสเกิดปัญหากลั้นอุจจาระไม่อยู่ก็น้อยกว่าการผ่าตัดแบบเดิม เพราะผู้ป่วยยังคงเหลือส่วนเบาะรอง (Cushion) เอาไว้ทำหน้าที่ได้ แต่จุดเด่นที่สำคัญ ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดและการใช้เวลาพักฟื้นน้อย สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ไวกว่าการผ่าตัดแบบเดิม
ข้อมูลจาก นิตยสาร Medical Upgrade ฉบับ 011

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วารีบำบัด ริดสีดวง



วันนี้ผมจะนำเสนอบทความจากนิตยสารชีวจิต ซึ่งได้กล่าวถึงการรักษาริดสีดวงด้วยน้ำมานำเสนอ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ครับ
วิธีบำบัดวิธีแรกมาจากสิ่งใกล้ๆ ตัวที่เราใช้อยู่ทุกวันและขาดไม่ได้ นั่นคือน้ำ เริ่มต้นดังนี้
  • แช่น้ำอุ่น ถ้ามีอ่างอาบน้ำ หรือถ้าไม่มี จะใช้ชามอ่างใหญ่ๆ ก็ได้ใส่น้ำอุ่น เพื่อให้ทวารหนักได้สัมผัสน้ำอุ่นมากที่สุด วันละ 2 - 3 ครั้ง นานครั้งละ 10 นาที เพื่อช่วยบรรเทาความปวด และน้ำอุ่นยังกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปยังบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวาร ทำให้หลอดเลือดที่บวมหดตัวลงได้ หรือถ้าต้องการให้หายเร็วขึ้น ลองเหยาะเกลือเอปซอม (Epsom salt) ลงไปเล็กน้อยในน้ำอุ่น คนให้ละลาย แล้วแช่ทวารหนักลงไป
  • ใช้ถุงชาเปียกแช่น้ำอุ่น นำมาประคบบริเวณริดสีดวงภายนอก เพราะความอุ่นจากถุงชาและสารแทนนินในชาจะช่วยบรรเทาปวด ลดบวม และทำให้เลือดหยุดไหลเร็วขึ้น
  • ถ้ามีอาการเจ็บมากให้ใช้น้ำแข็งทุบเป็นก้อนเล็กๆ ใส่ถุงพลาสติกและห่อด้วยผ้าขาวบางอีกชั้น จากนั้นก็นั่งทับห่อน้ำแข็ง หรืออาจนำถั่วเขียวใส่ถุงแล้วแช่เย็นแทนก็ได้  โดยนั่งทับไว้ประมาณ 20 นาที ความเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดที่บวมหดตัวและหายปวด
  • ใช้ความร้อนสลับความเย็น การนั่งทับถุงน้ำแข็งแล้วสลับด้วยการนั่งแช่น้ำอุ่น วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้เช่นกัน

ที่มา : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 227

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ทำความเข้าใจกับยาริดสีดวง ตารรูปแม่คิ้ม

1.เป็นยาสมุนไพรบดผงอัดเม็ด
2.ไม่ใช่ยาลูกกลอน
3.ไม่มีสารสเตอรอยด์
4.เป็นยาสมุนไพรจึงไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย 
5.ตัวยาผลิตจากสูตรยาดั้งเดิม

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สมุนไพรรักษาริดสีดวง2. หว้าน้ำ


ชื่ออื่น  :  มะห้า  (ลำพูน)  แพขาว  (นครศรีธรรมราช)  กาปีโต้  (เขมร-ตราด)  ชมพู่น้ำ  ชะเมาน้ำ  (นราธิวาส)  สาเมาะรือบา  ยามูไอ  (มลายู-นราธิวาส)



            ไม้ต้น  สูง  5-20  (-35)  เมตร  เรือนยอดเป็นพุ่มทรงสูงถึงค่อนข้างกลม  โคนต้นมีรากค้ำยันสูง  1-2  เมตร  เปลือกสีน้ำตาลแกมเหลืองถึงสีน้ำตาลเทา  เรียบถึงแตกสะเก็ด  เปลือกชั้นในสีแดงเข้ม  ถึงแดงแกมม่วง  แผ่นใบ  รูปหอกถึงรูปรีแกมรูปขอบขนาน  กว้าง  3-7  เซนติเมตร  ยาว  7-18  เซนติเมตร   ผิวใบเกลี้ยง  ปลายใบเรียวแหลม  โคนใบสอบถึงมน  เส้นแขนงใบ  20-25  คู่ ปลายเส้นโค้งจรดกันห่างจากขอบใบ 2-3  มิลลิเมตร  และมีเส้นบาง ๆ อีกเส้นหนึ่งชิดขอบใบ  ก้านใบยาวประมาณ  1  เซนติเมตร  ดอก  สีขาว  เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ  1  เซนติเมตร  ออกเป็นช่อแยกแขนงสั้น ๆ ตามง่ามใบและปลายกิ่ง  ผล  ค่อนข้างกลม  เส้นผ่านศูนย์กลาง  2-3  เซนติเมตร  แก่สุกสีเขียว  บางครั้งแต้มด้วยสีม่วง

ระยะเวลาการเป็นดอก-ผล    ออกดอกระหว่างเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม  ผลแก่ระหว่างเดือนกันยายน – ธันวาคม

ลักษณะทางนิเวศและการกระจายพันธุ์    พบขึ้นในป่าที่ลุ่มต่ำ  บริเวณใกล้ชายฝั่งแม่น้ำและลำห้วยทางด้านใกล้ทะเลและในป่าพรุ  มีการกระจายพันธุ์ทั่วทุกภาคของประเทศไทย  ในต่างประเทศพบที่อินเดีย   บังคลาเทศ  พม่า  กัมพูชา  เวียดนาม    มาเลเซีย  และบอร์เนียว

ประโยชน์    เนื้อไม้ใช้ก่อสร้างภายในอาคารบ้านเรือน  ผลรับประทานได้

ที่มา http://www.dnp.go.th/Pattani_botany/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89/%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B8/%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3/%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3.htm

สาเหตุหลักการเกิดโรคริดสีดวง


สาเหตุหลักการเกิดโรคริดสีดวง


โรคริดสีดวงคือโรคที่เกิดจากโป่งพองของหลอดเลือดบริเวณรูทรวารหนัก ซึ่งสาเหตุที่ทำให้หลอดเลือดเกิดการโป่งพองนั้นอาจเกิดได้จาก การเบ่งอุจจาระ, ท้องผูก, ท้องเสีย, อาหารที่รับประทาน, อายุ, การเช็ดที่อาจรุนแรงเกินไป, โรคทางลำไส้บางชนิด, หรือ ความดันโลหิตสูง ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารขึ้นได้
การเบ่งอุจจาระ : การเบ่งอุจจาระทำให้เกิดการเกร็งตัวของหลอดเลือด บริเวณรูทวาร ซึ่งในระยะยาวการเบ่งอุจจาระจำทำให้หลอดเลือดบริเวณทวารหนักค่อยๆเสื่อมลงและเกิดลักษณะปูดนูนขึ้น


ท้องผูก : อาการท้องผูกเป็นสาเหตุหลักอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวง เพราะโดยธรรมชาติของคนเรา เมื่อมีอาการท้องผูก ก็จะต้องเบ่งเพื่อขับถ่ายอุจจาระ ดังนั้นหากคุณเกิดอาการท้องผูกให้ลองใช้เทคนิคต่อไปนี้

  • หายใจเข้าลึกๆ : การหายใจเข้าลึกๆจะสามารถช่วยให้เกิดการเคลื่อไหวในบริเวณลำไส้ ซึ่งช่วยในการขับถ่าย
  • อย่าการกลั้นหายใจ : คนท้องผูกส่วนมากมักจะกลั้นหายใจโดยอาจไม่รู้ตัวซึ่งส่งผลทำให้เกิดความดันโลหิตสูงขึ้นในหลอดเลือดบริเวณทวารหนัก และทำให้เกิดเป็นโรคริดสีดวงได้ง่ายขึ้น
  • อย่านั่งส้วมนานเกิด 5 นาที : ถ้าคุณไม่สามารถ่ายได้ภายใน 5 นาที ก็อย่าพยายามฝืนมัน ให้ลองออกจากห้องน้ำไปทำอะไรเสียก่อน และค่อยกลับมาลองใหม่

ท้องเสีย : สาเหตุที่ทำให้ท้องเสียมีหลายสาเหตุ เช่น การทานอาหารที่มีรสจัดเกินไป, การติดเชื้อ, แพ้นมวัว แต่ไม่ว่าคุณจะท้องเสียด้วยสาเหตุใด เมื่อคุณขับถ่ายบ่อยครั้ง หูรูดบริเวณทวารหนักต้องทำงานมากขึ้น และหากคุณท้องเสียบ่อยครั้ง คุณก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคริดสีดวงได้มากขึ้น



ทานอาหารที่ไม่มีกากใย : อาหารที่คุณรับประทานเป็นประจำมีผลต่อโอกาสการเกิดของโรคริดสีดวง อาหารที่มีการใยสูง เช่น ผักและผลไม้ สามารถช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงในการเกิดโรค หรือการทานเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์เป็นประจำสามารถเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคริดสีดวงทางอ้อมได้ เนื่องจากเครื่องดืมที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์จะไปดึงน้ำออกจากร่างกาย เมื่อร่างกายขาดน้ำ จะทำให้เกิดการท้องผูกและเกิดโรคริดสีดวงได้ง่ายขึ้น


การทำความสะอาด : การเช็ดที่รุนแรงหรือถี่เกินไปบริเวณทวารหนัก จะทำให้เกิดการเสียดสี ร่างกายจะตอบสนองด้วยการพยายามสร้างเกราะป้องกันสิ่งที่มากระทบกระทั่งมัน จึงทำให้คุณมีโอกาสเป็นริดสีดวงได้มากขึ้น



อายุที่มากขึ้น : ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น โรคริดสีดวงเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อม ของหลอดเลือดบริเวณทวารหนัก เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น เนื้อเยื่อและกระดูกของเราจะค่อยๆเสื่อมลง ลำไส้อาจทำได้ไม่ดีและทำให้มีโอกาสทำให้ท้องผูกและเกิดโรคริดสีดวงได้มากขึ้น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://sukapapdeedee.com/disease/intestine-disease/hemroids/1.html

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สมุนไพรรักษาริดสีดวง1. สมอพิเภก

วันนี้ผมขอแนะนำ สมุนไพรตัวที่1 ครับ คือ สมอพิเสก

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Terminalia bellirica  (Gaertn.) Roxb.

ชื่อสามัญ :    Beleric myrobalan

วงศ์ :   Combretaceae


ชื่ออื่น :  ลัน (เชียงราย) สมอแหน (กลาง) แหน แหนขาว แหนต้น (เหนือ) สะคู้ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ซิบะดู่ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูง 15-35 เมตร ลำต้นเปลาตรง โคนต้นมักเป็นพูพอน เปลือกสีเทาอมน้ำตาลหรือเป็นสีดำๆ ด่างๆ เป็นแห่งๆ ค่อนข้างเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กๆ ไปตามยาวลำต้น เปลือกในสีเหลือง เรือนยอดกลมแผ่กว้างและค่อนข้างทึบ กิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนประปราย ใบ เป็นชนิดใบเดี่ยว ติดเวียนกันเป็นกลุ่มตามปลายๆ กิ่ง ทรงใบรูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง 9-15 ซม. ยาว 13-19 ซม. โคนใบสอบมาสู่ก้านใบ ส่วนที่ค่อนไปทางปลายใบผายกว้าง ปลายสุดจะหยัดคอดเป็นติ่งแหลมสั้นๆ เส้นแขนงใบโค้งอ่อน มี 6-10 คู่ เส้นใบแบบเส้นร่างแหเห็นชัดทางด้านท้องใบ เนื้อใบค่อนข้างหนา หลังใบเขียวเข้มและมีขนสีน้ำตาลกระจายทั่วไป ท้องใบสีจางหรือสีเทามีขนนุ่มๆ คลุม แต่ทั้งสองด้านขนจะหลุดร่วงไปเมื่อใบแก่จัด ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว 4-6 ซม. บริเวณกึ่งกลางก้านจะมีต่อมหรือตุ่มหูด หนึ่งคู่ ดอก เล็ก สีขาวอมเหลือง ออกเป็นช่อเดี่ยวๆ แบบหางกระรอก ที่ง่ามใบหรือรอยแผลใบตามกิ่ง ปลายช่อจะห้อยย้อยลง ช่อยาว 10-15 ซม. ดอกเพศผู้ส่วนใหญ่จะอยู่ตามปลายๆ ช่อ ส่วนดอกสมบูรณ์เพศจะอยู่ตามโคนช่อ กลีบฐานดอก มี 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วยเล็กๆ ทั้งหมดมีขนทั่วไป เกสรเพศผู้มี 10 อัน เรียงซ้อนกันอยู่สองแถว รังไข่ ค่อนข้างแป้น ภายในมีช่องเดียวและมีไข่อ่อน 2 หน่วย หลอดท่อรังไข่มีหลอดเดียว ผล กลมหรือกลมรีๆ แข็ง ผิวนอกปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลหนาแน่น ออกรวมกันเป็นพวงโตๆ
ส่วนที่ใช้ : ผลอ่อน ผลแก่ เมล็ดใน ใบ ดอก เปลือก แก่น ราก

สรรพคุณ :

ผลอ่อน - มีรสเปรี้ยว แก้ไข้ แก้ลม เป็นยาระบาย ยาถ่าย

ผลแก่ - มีรสฝาด แก้โรคในตา บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้ริดสีดวงทวารหนัก เป็นยาแก้ท้องร่วง ท้องเดิน

เมล็ดใน - แก้บิด บิดมูกเลือด

ใบ - แก้บาดแผล

ดอก - แก้โรคในตา

เปลือกต้น - ต้มขับปัสสาวะ

แก่น - แก้ริดสีดวงพรวก

ราก - แก้โลหิต อันทำให้ร้อน

ขนาดและปริมาณที่ใช้ :

ขับปัสสาวะ - ใช้เปลือก ต้น ต้มรับประทาน ขับปัสสาวะ

เป็นยาระบาย ยาถ่าย - ใช้ผลโตแต่ยังไม่แก่ 2-3 ผล ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว ใส่เกลือเล็กน้อย รับประทานครั้งเดียว

เป็นยาแก้ท้องร่วง ท้องเดิน (ไม่ใช่บิด หรือ อหิวาตกโรค)  - ใช้ผลแก่ 2-3 ผล ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว ใส่เกลือเล็กน้อย เคี่ยวจนเหลือ 1 ถ้วยแก้ว ใช้รับประทาน


ที่มา http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_12_6.htm

วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สมุนไพรรักษาริดสีดวง

              สมุนไพรที่ผมจะกล่าวถึงนี้ก็คือสมุนไพรในยาริดสีดวงทวาร ตรารูปแม่คิ้มนี่แหล่ะครับ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัว ตามตำหรับยาแบบดั้งเดิม นำมาบด แล้วอัดเม็ด ทำให้ได้ยารักษาริดสีดวงที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่การันตีว่าอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ วันนี้เรามาดูหน้าตาของเจ้าสมุนไพรเหล่านี้ครับ




1.สมอพิเสก
















2.หว้าน้ำ


3.ชะเอมเทศ
















4.แสมทะเล



5.โกฏน้ำเต้า












6.สมอไทย
















       













วันนี้ดูหน้าตาของเจ้าสมุนไพรเหล่านี้ไปก่อนนะครับ เดี่ยวคราวหน้าจะมากล่าวถึงคุณลักษณะของแต่ละตัวครับ




วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ความรู้เรื่องริดสีดวงทวาร





ภญ.อ.วิไล ตระกูลโอสถ
ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
   ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoid) เป็นโรคหนึ่งที่พบได้ทั่วไปและพบเป็นสาเหตุแรกๆ ของการถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสด ริดสีดวงทวารเป็นภาวะที่มีความดันในหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักสูงขึ้นจนทำให้หลอดเลือดเกิดการโป่งพองเกิดเป็นลักษณะที่เรียกว่าหัวริดสีดวงทวาร เมื่อมีความดันในหลอดเลือดดำมากขึ้น ท้ายที่สุดผนังหลอดเลือดดังกล่าวจะเกิดการปริแตกทำให้เกิดเลือดออกและมีแผลเกิดขึ้น หากเกิดภาวะเช่นนี้ที่หลอดเลือดดำบริเวณปากทวารหนักเรียกว่าริดสีดวงภายนอก (external hemorrhoid) ซึ่งสามารถมองเห็นหรือคลำพบหัวริดสีดวงทวารได้จากภายนอก แต่ถ้าเกิดที่หลอดเลือดดำที่อยู่ลึกเข้าไปเรียกว่าริดสีดวงภายใน (internal hemorrhoid) ซึ่งจะตรวจพบด้วยการส่องกล้องดูไส้ตรง (rectal)
   สาเหตุของการเกิดริดสีดวงทวารคือการมีภาวะต่างๆ ที่ทำให้ความดันในหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักสูงขึ้น เช่น การเบ่งถ่ายอุจจาระเนื่องจากการท้องผูกหรือท้องเสียบ่อยๆ การนั่งถ่ายอุจจาระเป็นเวลานาน การตั้งครรภ์หรืออาจเป็นผลกระทบมาจากโรคอื่นๆ เช่น การเกิดเนื้องอกในท้อง มะเร็งลำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมากโต เป็นต้น
   ผู้ที่เป็นริดสีดวงทวาร ส่วนมากจะมีเลือดสดออกทางทวารหนักระหว่างที่ถ่ายอุจจาระ สามารถสังเกตได้จากการมีเลือดเปื้อนกระดาษชำระหรือมีเลือดปนออกมากับอุจจาระหรือมีเลือดไหลออกมาเป็นหยด ทั้งนี้อาจจะมีอาการเจ็บทวารหนักหรือไม่ก็ได้ ถ้าริดสีดวงทวารอักเสบหรือหัวริดสีดวงยื่นออกมาข้างนอก อาจรู้สึกเจ็บรุนแรงจนทำให้ยืน นั่งหรือเดินไม่สะดวกและอาจคลำพบก้อนเนื้อที่เป็นหัวริดสีดวงบริเวณปากทวารหนัก ในรายที่เป็นเรื้อรังหรือมีเลือดออกมาก ผู้ป่วยอาจมีอาการซีดจากการเสียเลือดได้
   โดยทั่วไปโรคริดสีดวงทวารไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงเพียงแต่ทำให้เกิดความรำคาญและไม่สบายใจ แต่ผู้ที่มีเลือดสดปนมากับอุจจาระหรือมีเลือดสดออกจากทวารหนัก อาจไม่ได้เป็นริดสีดวงทวารหนักเสมอไป อาการดังกล่าวอาจเป็นผลกระทบจากโรคอื่นที่ร้ายแรงกว่าก็ได้โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ ดังนั้นเมื่อเกิดอาการเช่นนี้จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำหรือการรักษาเฉพาะราย
   การรักษาผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงทวาร ในกรณีที่เป็นไม่มากสามารถรักษาด้วยยา โดยการใช้ยาทาหรือเหน็บทวารหนักจะใช้เพื่อรักษาแผลที่กำลังเป็นอยู่ เช่น พร็อคโตซีดิล (Proctosedyl?) อะนูซอล (Anusal?) เชอริพร็อกต์ (Scheriproct?) ประมาณ 10 วัน ร่วมกับการรับประทานยาที่ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรงขึ้น เช่น ดาฟลอน (Daflon?) เอสซาเวน (Essaven?) ซิดูออล (Siduol?) ถ้าผู้ป่วยมีอาการซีดเนื่องจากเสียเลือดมากจะต้องรับประทานธาตุเหล็กเสริม ผู้ป่วยบางรายที่หัวริดสีดวงทวารยื่นออกมาข้างนอกหลังการถ่ายอุจจาระให้ใช้ขี้ผึ้งหรือน้ำมันทานิ้วมือแล้วดันกลับเข้าไป สำหรับกรณีผู้ป่วยที่เป็นมากจะรักษาด้วยการผ่าตัดหรือใช้แสงเลเซอร์

   โดยทั่วไปผู้ที่เคยเป็นริดสีดวงทวารแล้วและไม่ได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือแสงเลเซอร์มักจะมีโอกาสเกิดอาการเลือดออกได้อีกเนื่องจากการรักษาด้วยการรับประทานยาเป็นเพียงการทำให้แผลดีขึ้นและทำให้หลอดเลือดแข็งแรงเพื่อป้องกันโอกาสที่จะเกิดแผลใหม่ๆ แต่แผลที่เคยเป็นมาก่อนยังคงอยู่และถ้าผู้ป่วยปฏิบัติตนไม่ถูกต้องก็ยังมีโอกาสที่หลอดเลือดจะปริแตกซ้ำที่บริเวณเดิมหรือเกิดแผลใหม่ได้ ดังนั้นการปฏิบัติตนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการเป็นซ้ำ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเป็นโรคนี้มาก่อนถ้าสามารถปฏิบัติตนได้ถูกต้องก็จะป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ได้ ทั้งนี้ข้อแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการเป็นริดสีดวงทวารหรือป้องกันการเป็นซ้ำคือการป้องกันไม่ให้ตนเองท้องผูกหรือนั่งถ่ายอุจจาระนานๆ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ได้แก่ ผักและผลไม้โดยเฉพาะผลไม้สุกที่มีลักษณะนิ่ม ลื่น เช่น กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก สำหรับผลไม้ที่มีรสฝาดควรรับประทานให้น้อยลงเนื่องจากมีสารแทนนินซึ่งอาจทำให้ท้องผูกได้ นอกจากนี้ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้อุจจาระไม่แข็งและควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ลำไส้สามารถบีบตัวเพื่อขับถ่ายได้ตามปกติ ควรงดการรับประทานชา กาแฟ เนื่องจากสารคาเฟอีนในชา กาแฟมีฤทธิ์ทำให้ท้องผูกได้ แม้ว่าผู้ป่วยริดสีดวงทวารส่วนใหญ่จะเกิดจากการท้องผูก แต่ผู้ป่วยบางรายก็เป็นริดสีดวงทวารเนื่องจากท้องเสียบ่อยๆ และขับถ่ายในลักษณะเบ่ง จะต้องหาสาเหตุของอาการท้องเสียและพยายามหลีกเลี่ยงเพื่อให้การรักษาด้วยยาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันการกลับเป็นโรคริดสีดวงทวารใหม่

เอกสารอ้างอิง
1. นายแพทย์สุรเกียรติ์ อาชานานุภาพ, ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป
2. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, เภสัชกรรมเพื่อสังคม

ที่มา http://content.weloveshopping.com/673/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%97/



เม็ดยาริดสีดวง


เม็ดยาริดสีดวง มีสีน้ำตาล ผลิตและอัดเม็ดจากสมุนไพร ทำให้เห็นเป็นเนื้อเยื่อสมุนไพรอยู่ในเม็ดยา ไม่ควรเก็บเม็ดยาริดสีดวงไว้ในที่ชื้น เพราะจะทำให้ยาละลายได้ และควรให้ห่างไกลจากความร้อนเพราะอาจทำให้ยาเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ชนิดของริดสีดวงทวาร


ริดสีดวงทวารแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ริดสีดวงภายนอก และริดสีดวงภายใน
ริดสีดวงภายนอก เป็นเส้นเลือดดำที่อยู่รอบริมปากทวารหนักที่พองออกเวลาเบ่งถ่ายอุจจาระและยุบลงเมื่อหยุดเบ่ง จะมีปัญหาก็ต่อเมื่อเกิดลิ่มเลือดที่ทำให้เส้นเลือดอุดตัน และเกิดเป็นตุ่มแข็งที่ขอบทวารหนัก หลังถ่ายอุจจาระจะทำให้เจ็บมากภายใน 3 – 4 วันแรก และถ้าปล่อยไว้อาจแตกมีเลือดซึมหรือมีก้อนเลือดหลุดออกมา หรือยุบลงจนเป็นปกติภายใน 2 สัปดาห์ บางรายจะยุบไม่หมดทำให้ผิวหนังขอบทวารหนักแข็งนูนออกเป็นติ่ง
แนวทางในการรักษา ถ้าเป็นก้อนเล็กและไม่เจ็บมากก็ไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด แต่ถ้าเป็นก้อนใหญ่และเจ็บมากควรผ่าเอาก้อนเลือดที่คั่งออกโดยใช้ยาชาฉีดเฉพาะที่ ซึ่งผู้ป่วยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
ริดสีดวงภายใน หัวริดสีดวงจะอยู่ภายในทวาร โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ
  • ระยะที่ 1 หัวริดสีดวงยังอยู่ภายในทวารหนัก มีอาการเลือดออกเพียงอย่างเดียว
  • ระยะที่ 2 หัวริดสีดวงยื่นออกมานอกทวารหนักเวลาเบ่งและเลื่อนกลับเข้าได้เองเมื่อหยุดเบ่ง
  • ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงยื่นออกมาเวลาเบ่งและต้องดันกลับเข้าไปในทวารหนัก
  • ระยะที่ 4 หัวริดสีดวงโตมากและยื่นออกมาอยู่นอกทวารหนักตลอดเวลา ไม่สามารถดันกลับเข้าไปในทวารหนักได้
ที่มา http://www.vejthani.com/web-thailand/Hemorrhoids.php

ข้อควรรู้เรื่องอาหารสำหรับคนเป็นริดสีดวง

สำหรับผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงนั้น ต้องหลีกเลี่ยงหรือรับประทานในปริมาณที่น้อยลง สำหรับอาหารประเภท ทุเรียน   ลำใย กระเทียม หอม ขิงสด พริกไทย พริก ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้มีความร้อนในตัวสะสมมาก และเป็นสาเหตุทำให้ท้องผูกได้ง่าย ทำให้เส้นเลือดบริเวณทวารหนักแตกและทำให้โรคริดสีดวงกำเริบได้ครับ





วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

มาทำควารู้จักริดสีดวงทวารอีกครั้ง


ริดสีดวงทวารคืออะไร
ริดสีดวง คือ หลอดเลือดดำที่ทวารหนักโป่งพองออก ทำให้มีอาการเจ็บๆ คันๆ ในระยะแรก และเจ็บปวดในระยะหลัง เมื่อพองออกมากขึ้นก็แตกเป็นแผลและมีเลือดออกเวลาถ่ายอุจจาระ ในคนที่เป็นเรื้อรัง ท้องผูกเสมอ หลอดเลือดที่โป่งพองนี้จะมีการอักเสบ และถูกดันโผล่ออกมาภายนอก ทำให้นั่งก็ไม่สะดวก ยืนเดินก็ไม่สบาย ถ้าเกิดการอักเสบเป็นหนองเป็นแผลจะบวมพองเจ็บปวดและมองดูน่ากลัวมาก

เคย มีผู้กล่าวว่า ริดสีดวงเกิดจากผลของการวิวัฒนาการ คือ วิวัฒนาการจากการเป็นสัตว์ที่เดิน 4 เท้ามาเดิน 2 เท้า ทำให้น้ำหนักของเลือดในส่วนบนของร่างกายถ่วงลงด้านล่าง ตรงบริเวณรอบทวารหนักมีหลอดเลือดดำประสานติดต่อกันอยู่สามชั้น หลอดเลือดดำนี้มีผนังบางเหมือนลูกโป่งเมื่อเอาน้ำใส่ก็จะถ่างและพองออก


   

หลอด เลือดดำที่ทวารหนักเหล่านี้จะพองออกได้เฉพาะเวลาถ่ายอุจจาระเท่านั้น เพราะตามธรรมดาจะถูกกล้ามเนื้อของทวารหนักรัดให้ตีบแฟบอยู่เสมอ เมื่อผู้ป่วยถ่ายกล้ามเนื้อคลายตัวหลอดเลือดก็จะโป่งออกได้ โดยทั่วไปเมื่อถ่ายแล้วหลอดเลือดก็จะหดกลับเข้าไปตามเดิม โดยถูกกล้ามเนื้อของทวารหนักรัดเอาไว้



®หัวริดสีดวงเกิดได้อย่างไรใน คนที่ท้องผูกเป็นประจำต้องเข้าส้วมเบ่งอยู่นานๆ ความดันภายในช่องท้องเนื่องจากการเบ่งและการขยายตัวของกล้ามเนื้อทวารหนัก จะทำให้หลอดเลือดโป่งพองออกมากยิ่งขึ้น และถ้าเป็นเช่นนี้อยู่นานๆ เลือดที่โป่งออกมาจะไม่หดเข้าไปได้เหมือนเดิม ดังนั้นในคราวต่อมาแม้คนนั้นจะถ่ายอุจจาระเป็นปกติก็จะมีหลอดเลือดที่โป่ง พองเหล่านี้ออกมานอกทวารหนักอยู่เสมอที่เราเรียกกันว่า หัวริดสีดวง ดังนั้น หัวริดสีดวงก็คือผนังทวารหนักที่มีหลอดเลือดดำอยู่ภายในนั่นเอง ถ้า อุจจาระแข็ง และเบ่งมาก อุจจาระจะรีดลงมาบนหัวริดสีดวงทำให้เกิดแผล และเลือดจะออกมา เลือดที่ออกถ้าเป็นน้อยจะปนมากับอุจจาระ ถ้าเป็นมากจะหยดลงบนโถส้วม มองเห็นเป็นสีแดง ถ้าเป็นมากขึ้นไปอีกจะไหลโจ๊กเลยโดยมากจะออกตอนเวลาขมิบก้น โดยทั่วไปเลือดจะออกไม่มากนักหรืออาจจะออกเล็กๆ น้อยๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานก็ได้ ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้อยู่ในสภาพเลือดจาง
 

   




ที่มา http://www.vcharkarn.com/vblog/50582

คำบอกเล่าจากผู้ใช้ ยาริดสีดวง ตรารูปแม่คิ้ม

                       เป็นริดสีดวงทวารมานานมากแล้วค่ะ กินยาริดสีดวงมาหลายยี่ห้อก็ไม่หาย เคยกินยาริดสีดวงที่เพื่อมาซื้อมาขายเป็นชุด ชุดล่ะ 500 บาท พอกินเข้าไปแทนที่จะหายกลับปวดริดสีดวงแรงกว่าเดิมอีก ดิฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเลยให้สามีไปซื้อยาที่ร้านหมอมายี่ห้อหนึ่งมากินแต่มันก็เพิ่มความปวดอยู่ดี เลยเอาไปคืนหมอที่ร้านขายยา ดิฉันจึงเปิดอินเตอร์เน็ตดูมาพบกับร้านขายยาริดสีดวง ตรารูปแม่คิ้ม เลยตัดสินใจโทรไปสอบถาม ตกลงซื้อมากิน 1 ชุด ปรากฎว่าอาการปวดหายสนิทเลยเพียงชั่วข้ามคืน จึงมาบอกกล่าวเพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้ใช้ค่ะ

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บัญญัติ 10 ประการ ป้องกันริดสีดวงทวาร.....อย่างได้ผล

หากคุณยังไม่เป็นโรคริดสีดวงทวาร แล้วปฏิบัติได้ดังนี้ คุณก็จะห่างไกลจากโรคริดสีดวงทวารอย่างแน่นอน


ริดสีดวงทวารหนักเป็นโรคพบบ่อยที่สุดโรคหนึ่ง ประมาณว่าครึ่งหนึ่งของประชากรที่อายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไปจะเริ่มมีอาการของโรคนี้
และ จะเก็บอาการของโรคนี้ไว้เป็นความลับส่วนตัวเป็นเวลานานกว่าจะไปหาแพทย์เพื่อ ขอคำแนะนำในการรักษา ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีรักษาที่ถูกต้องมากมายหลายวิธี ที่สามารถขจัดปัญหาเรื่องริดสีดวงทวารหนักออกไปได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บ ปวดหรือความทุกข์ทรมานใดๆ

    นอกจากนี้ ริดสีดวงทวารหนักยังเป็นโรคที่มีการบันทึกทางการแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุด ว่ากันว่า โรคนี้เป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานให้แก่สัตว์ที่สามารถยืนตัวตรงได้ เพราะจะไม่พบโรคนี้ในสัตว์สี่เท้าเลยพบแต่ในมนุษย์เท่านั้น บันทึกครั้งแรกของโรคนี้พบในสมัยกรีกและอียิปต์โบราณประมาณ 1700 ปีก่อนเริ่มคริสต์ศักราช หรือ 1200 ปีก่อนพุทธศักราช และมีข้อมูลการรักษาโรคนี้บันทึกติดต่อกันมาเรื่อยๆ ไม่ว่าเป็นการจี้ด้วยเหล็กเผาไฟ การจี้ด้วยสารเคมีหรือการผูกรัด เป็นต้น การรักษาสมัยใหม่กำเนิดมาไม่ถึงร้อยปีมานี้เอง พร้อมกับการกำเนิดของศัลยแพทย์สาขาโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และผ่านการพัฒนามาเป็นลำดับ จนในปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นวิธีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ซึ่งได้ผลดีมาก และไม่ก่อให้เกิดปัญหาโรคแทรกซ้อนใดๆ แก่ผู้ป่วยทั้งสิ้น

     เนื่องจากเป็นโรคที่พบบ่อยมาก และผู้ป่วยมักมีความอายที่จะมาพบแพทย์ จึงมักจะได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดปัญหาโรคแทรกซ้อนตามมาอย่างมาก ที่พบบ่อยที่สุดคือ มาด้วยรูทวารหนักตีบตัน ไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้ ซึ่งมัก พบจากการรักษาริดสีดวงทวารหนักโดยการจี้ด้วยธูป, ความร้อน, จี้ด้วยกรดหรือสารเคมีที่กัดผิวหนัง ฉีดสารเคมีที่ไม่ถูกต้องลงไป รวมทั้งการผ่าตัดที่มากเกินไป ผู้ป่วยรูทวารหนักตีบตันส่วนมากที่ส่งมาให้รักษามักจะมีอาการอย่างมาก จน ไม่สามารถสอดนิ้วก้อย หรือปลายเครื่องมือเล็กๆ เข้าไปได้เลย ผู้ป่วยจะถูกผ่าตัดเอาผิวหนังและเยื่อบุรอบรูทวารหนักที่ตีบตันออกทั้งหมด แล้วจึงนำผิวหนังบริเวณแก้มก้นเข้ามาทดแทน ใช้เวลารักษานานอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้ทวารหนักใหม่ใช้การได้ดี จึงสามารถผ่าตัดปิดลำไส้ใหญ่ที่เปิดให้ถ่ายอุจจาระทางหน้าท้องกลับคืนไปได้
      บัญญัติ 10 ประการ ในการป้องกันและรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก ท่านที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นริดสีดวงทวารหนักแล้ว หรือท่านที่ไม่ต้องการที่จะเป็นโรคนี้ มีข้อปฏิบัติง่ายๆ 10 ประการ เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงปัจจัยอันจะทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหนักหรือทำให้โรค ที่เป็นอยู่แล้วมีอาการรุนแรงขึ้น 1.รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ข้าวกล้อง, ผัก, ผลไม้
2.ดื่มน้ำมาก ๆ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
3.หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารรสเผ็ดจัด, ชา, กาแฟ เครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์
4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว, ว่ายน้ำ
5.ฝึกหัดการขับถ่ายให้เป็นเวลา การดื่มน้ำแก้วใหญ่ทันที หลังตื่นนอนตอนเช้าจะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้
6. หลีกเลี่ยงการกลั้นอุจจาระหรือเบ่งอุจจาระ โดยเฉพาะการเบ่งเพื่อให้อุจจาระก้อนสุดท้ายออกมาจนเกลี้ยง รวมทั้งการนั่งส้วมเป็นเวลานานจนเกินความจำเป็น เช่น อ่านหนังสือขณะถ่ายอุจจาระ
7.ดูแลสุขภาพและความสะอาดของทวารหนักเสมอ ภายหลังการถ่ายอุจจาระ ควรใช้น้ำล้างทำความสะอาดมากกว่าการใช้กระดาษชำระเช็ด
8. ใช้ยาระบายอ่อนๆ ตามคำแนะนำของแพทย์เมื่อคิดว่ามีอาการท้องผูก หลีกเลี่ยงการใช้ยาระบายหรือยาถ่ายอย่างรุนแรง หรือใช้บ่อยจนเป็นนิสัย รวมทั้งหลีกเลี่ยงอุปนิสัยการสวนทวารหนักเพื่อให้ถ่ายอุจจาระเป็นประจำเกิน ความจำเป็น
9.พยายามหลีกเลี่ยงการยกของหนัก และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่คับเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกางเกงคับๆ
10.เมื่อมีอาการต่างๆ เกิดขึ้น เช่น มีเลือดออกหลังถ่ายอุจจาระ รู้สึกไม่สบายบริเวณทวารหนัก ควรปรึกษาแพทย์


ที่มา http://www.school.net.th/schoolnet/article/read.php?article_id=48
สุดท้าย และท้ายสุดขอให้ท่านปลอดภัย ห่างไกลริดสีดวงนะครับ

แนวทางการรักษาโรคริดสีดวงที่บ้าน


               สำหรับท่านที่เพิ่งเป็นริดสีดวง หรือเป็นยังไม่มาก วันนี้ผมจะมานำเสนอวิธีที่ง่ายในการรักษา และป้องกันเบื้องต้นครับ

1) พยายามที่จะดื่มอย่างน้อย 2ลิตร เพราะน้ำจะช่วยทำให้คุณถ่ายอุจจาระง่ายขึ้น ลดความเครียดในขณะการขับถ่าย ป้องกันริดสีดวงได้



2) กินเป็นผักได้มากกว่าเนื้อสัตว์ หยุดกินขนมปังข้าวและธัญพืชอื่น ๆเพราะจะทำให้ท้องคุณผูก และพยายามรับประทานอาหารพวกที่มีกากใย  ผักและผลไม้ให้มาก จะช่วยต้านริดสีดวง



3) น้ำมันมะกอก เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และเกลือทะเล ก็สามารถช่วยได้ครับ

นี่เป็นวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ครับ เพื่อป้องกันริดสีดวง


วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

แนวทางการรักษาริดสีดวงแบบชีวจิต




คุณคงได้ยินกันมาบ้างแล้วเกี่ยวกับคำว่าชีวจิต ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการทำให้ระบบขับถ่ายสามารถขับถ่ายได้เป็นปรกติก็คือ การปรับเปลี่ยนอาหาร โดยเปลี่ยนจากการรับประทานข้าวขาว มาเป็นธัญพืชครบส่วน เช่น ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ รับประทานผักผลไม้สดมากๆ เพื่อให้ได้เส้นใย หรือพืชจำพวกที่มีคาร์โบไฮเดรต และโปรตีนร่วมกัน อย่างเผือก มันเทศ มันฝรั่ง ฟักทอง หรือกลอย ซึ่งพืชเหล่านี้จะย่อยง่าย มีกากมากและมีน้ำมันหล่อลื่น ช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละหนึ่งลิตร
นอกจากนั้นควรสร้างสุขนิสัยในการขับถ่าย เมื่อปวดก็อย่าอั้นไว้ ควรถ่ายทันที หากกิจวัตรในการขับถ่ายของเราต่างจากคนอื่น ก็ไม่ต้องกังวล เช่น บางคนก็ถ่ายไม่บ่อย หรือถ่ายวันแล้วเว้นไปสองวัน เพราะแต่ละคนย่อมมีข้อแตกต่างปลีกย่อยมากมายในชีวิต
หากดูแลตัวเองด้วยวิธีง่ายๆ ข้างต้นแล้ว อาการท้องผูกยังไม่ทุเลาลง หรือหากกิจวัตรในการถ่ายอุจจาระเปลี่ยนไป โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากอาการท้องผูกที่เกิดร่วมกับอาการปวดท้อง น้ำหนักตัวลด หรืออุจจาระมีเลือดปน อาจเกิดจากสาเหตุร้ายแรง เช่น ลำไส้อักเสบ หรือมีเนื้องอกในลำไส้


 แม้โรคริดสีดวงทวารหนักจะน่ารำคาญ แต่ก็ไม่ใช่โรคร้ายแรง และอาการมักจะดีขึ้นเอง หากดูแลรักษาตนเองอย่างถูกต้อง ซึ่งโรคนี้เกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลายประการ แต่ที่พบบ่อยที่สุดเกิดจากพฤติกรรมการกิน การขับถ่าย และการใช้ชีวิตประจำวันผิดๆ

   อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่มีปัญหาโรคริดสีดวงทวารไว้ดังนี้
  • ปรับอาหารด้วยสูตรชีวจิต (ข้าวกล้อง50 เปอร์เซ็นต์ ผัก 25 เปอร์เซ็นต์ โปรตีนจากพืช 15 เปอร์เซ็นต์ เบ็ดเตล็ด 10 เปอร์เซ็นต์) และกินสับปะรดอย่างน้อย 1 เสี้ยวถึงครึ่งผลทุกวัน รวมถึงคั้นน้ำสับปะรดดื่มวันละแก้ว (อย่าใช้น้ำสับปะรดกระป๋อง) ทั้งกินทั้งดื่มประมาณ 1 อาทิตย์ สับปะรดจะช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยให้การขับถ่ายสะดวกดีขึ้น
  • น้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ เติมน้ำสุกเล็กน้อย (4 ช้อนโต๊ะ) แล้วจิบตลอดวัน ช่วยแก้อาการคันและแสบของริดสีดวงได้
  • ทำดีท็อกซ์ตอนเช้า ควรใช้น้ำมันหล่อลื่นหรือครีมแก้ริดสีดวงทาที่ปลายสายยางสำหรับทำดีท็อกซ์จนเยิ้ม อย่าให้ปลายสายฝืดเป็นอันขาด ต้องหล่อลื่นให้มากๆ
  • อย่ากินเค็ม กินเค็มทำให้อ้วน และทำให้น้ำอยู่ในตัวมาก น้ำมากทำให้เส้นเลือดพอง ริดสีดวงก็เลยพองโตตามไปด้วย
  • สร้างสุขนิสัยที่ดีในการขับถ่าย ได้แก่ ควรถ่ายให้เป็นเวลา ไม่นั่งถ่ายหรือเบ่งอยู่นานๆ และเมื่อปวดก็อย่าอั้นไว้ ควรถ่ายทันที เพื่อป้องกันการเกิดริดสีดวง
  • หลังอุจจาระควรใช้น้ำล้าง และหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษเช็ด
  • ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก เช่น โซฟาหรือตู้ เพราะจะก่อให้เกิดแรงกดที่ก้น ทำให้คนที่เป็นริดสีดวงอยู่แล้วอาการกำเริบได้เช่นกัน
วารีบำบัด
   วิธีบำบัดวิธีแรกมาจากสิ่งใกล้ๆ ตัวที่เราใช้อยู่ทุกวันและขาดไม่ได้ นั่นคือน้ำ เริ่มต้นดังนี้
  • แช่น้ำอุ่น ถ้ามีอ่างอาบน้ำ หรือถ้าไม่มี จะใช้ชามอ่างใหญ่ๆ ก็ได้ใส่น้ำอุ่น เพื่อให้ทวารหนักได้สัมผัสน้ำอุ่นมากที่สุด วันละ 2 - 3 ครั้ง นานครั้งละ 10 นาที เพื่อช่วยบรรเทาความปวด และน้ำอุ่นยังกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปยังบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวาร ทำให้หลอดเลือดที่บวมหดตัวลงได้ หรือถ้าต้องการให้หายเร็วขึ้น ลองเหยาะเกลือเอปซอม (Epsom salt) ลงไปเล็กน้อยในน้ำอุ่น คนให้ละลาย แล้วแช่ทวารหนักลงไป
  • ใช้ถุงชาเปียกแช่น้ำอุ่น นำมาประคบบริเวณริดสีดวงภายนอก เพราะความอุ่นจากถุงชาและสารแทนนินในชาจะช่วยบรรเทาปวด ลดบวม และทำให้เลือดหยุดไหลเร็วขึ้น
  • ถ้ามีอาการเจ็บมากให้ใช้น้ำแข็งทุบเป็นก้อนเล็กๆ ใส่ถุงพลาสติกและห่อด้วยผ้าขาวบางอีกชั้น จากนั้นก็นั่งทับห่อน้ำแข็ง หรืออาจนำถั่วเขียวใส่ถุงแล้วแช่เย็นแทนก็ได้  โดยนั่งทับไว้ประมาณ 20 นาที ความเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดที่บวมหดตัวและหายปวด
  • ใช้ความร้อนสลับความเย็น การนั่งทับถุงน้ำแข็งแล้วสลับด้วยการนั่งแช่น้ำอุ่น วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้เช่นกัน

สูตรสมุนไพรแก้ริดสีดวง
   นอกจากพืชผักจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์แล้ว เรายังนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรพอกริดสีดวงทวารที่มีมาแต่สมัยคุณย่าคุณยาย รับรองว่าปลอดภัยและหายเร็วด้วย ซึ่งมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันค่ะ
  • ว่านหางจระเข้ นำวุ้นของว่านหางจระเข้ที่ล้างสะอาดจนไม่เหลือยางแล้วมาพอกบริเวณที่เป็นริดสีดวง ทิ้งไว้ก่อนนอน ตื่นเช้าจึงล้างออก
  • ผักบุ้งไทย หรือ ขมิ้นชัน เลือกใช้อย่างหนึ่งอย่างใด นำมาล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียด พอกทิ้งไว้วันละ 2 ชั่วโมง ค่อยล้างน้ำออก ช่วยรักษาริดสีดวงทวารและแก้อาการคัน
  • มะขามป้อม ต้มดื่มเป็นน้ำชา ดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา เป็นประจำ 2 มื้อ เช้าและเย็นก่อนอาหาร
  • ยอดเถาเพชรสังฆาต ต้องรับประทานสดๆ แต่เนื่องจากในสมุนไพรนี้มีผลึกแคลเซียมออกซาเลทสูง การเคี้ยวหรือสัมผัสโดยตรงอาจทำให้คันปากคันคอได้ วิธีรับประทานจึงควรนำยอดอ่อนของเถาเพชรสังฆาตสดยาว 1 ข้อนิ้วมือ นิ้วกลาง 2 - 3 ยอด ฝานเป็นชิ้นบางๆ สอดไส้ในกล้วยสุก แล้วกลืนลงไป หรือนำผงเพชรสังฆาตตากแห้งมาคลุกกับมะขามเปียก เพื่อให้กรดที่มีอยู่ในมะขามช่วยฆ่าพิษดังกล่าว จากนั้นปั้นเป็นลูกกลอนเล็กๆ ทั้งสองสูตรนี้รับประทานก่อนอาหารวันละ 3 มื้อ ต่อเนื่อง 10 - 15 วัน จะเห็นผล
   แถมท้ายด้วยพืชผักจากต่างประเทศที่ช่วยบรรเทาปวดได้เช่นกัน โดยการนำมันฝรั่งต้มสุกที่ทิ้งไว้จนอุ่น นำมาบดและพอกริดสีดวงทวารไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง จะช่วยบรรเทาริดสีดวงได้ เพราะมีฤทธิ์ฝาด

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.yourhealthyguide.com/article/an-hemorrhoids-food.html
http://www.cheewajit.com/articleView.aspx?cateId=9&articleId=1606 

วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ริดสีดวง

ริดสีดวง





ความหมายของริดสีดวง


ริดสีดวงทวารคืออะไร

โรคริดสีดวงทวารหมายถึงภาวะที่หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนั​​กหรือทวารหนั​​กที่ลดลงจะบวมและอักเสบ
ริดสีดวงทวารหนั​​กอาจเป็นผลมาจากการรัดเพื่อขับอุจจาระ ปัจจัยอื่น ๆ รวมถึงการตั้งครรภ์, ริ้วรอย, ท้องผูกเรื้อรังหรือโรคอุจจาระร่วงและการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนั​​ก
ริดสีดวงทวารหนั​​กมีทั้งภายในทวารหนั​​ก (ภายใน) หรือใต้ผิวหนังรอบทวารหนั​​ก (ภายนอก)

อาการของริดสีดวงทวาร

ปัญหาที่เกิดขึ้นบริเวณทวารหนั​​กจำนวนมากรวมถึงรอยแยก, fistulae, บวมเป็นหนองหรือการระคายเคืองและทำให้คัน (Ani คัน), มีอาการคล้ายกันและมีการถูกเรียกว่าริดสีดวงทวาร
ริดสีดวงทวารมักจะไม่เป็นอันตรายหรือคุกคามชีวิต ในกรณีส่วนใหญ่อาการ hemorrhoidal จะหายไปภายในไม่กี่วัน
แม้ว่าหลายคนมีอาการโรคริดสีดวงไม่ทั้งหมดอาการประสบการณ์ อาการที่พบบ่อยที่สุดของโรคริดสีดวงทวารภายในเป็นเลือดสีแดงสดที่ครอบคลุมอุจจาระบนกระดาษชำระหรือในโถชั​​กโครก แต่ริดสีดวงทวารภายในอาจยื่นออกมาผ่านทางทวารหนั​​กภายนอกร่างกายกลายเป็นระคายเคืองและเจ็บปวด นี้เรียกว่าริดสีดวงทวารยื่นออกมา
อาการของริดสีดวงทวารภายนอกอาจรวมถึงการเจ็บปวดหรือบวมเป็นก้อนแข็งรอบทวารหนั​​กที่ส่งผลให้เมื่อรูปแบบก้อนเลือด เงื่อนไขนี้เป็นที่รู้จักกันเป็นริดสีดวงทวารภายนอก thrombosed
นอกจากนี้มากเกินไปรัดถูหรือทำความสะอาดรอบ ๆ ทวารหนั​​กอาจทำให้เกิดการระคายเคืองกับเลือดและ / หรือมีอาการคันซึ่งอาจผลิตวัฏจักรหินของอาการ การระบายน้ำเมือกยังอาจทำให้เกิดอาการคัน

โรคริดสีดวงทวารพบบ่อยหรือไม่

ริดสีดวงทวารหนั​​กพบมากในทั้งชายและหญิง ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรที่มีโรคริดสีดวงทวารโดยอายุ 50 ปี ริดสีดวงทวารหนั​​กยังเป็นที่พบบ่อยในสตรีตั้งครรภ์ความดันของทารกในครรภ์ในช่องท้องเช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเส้นเลือด hemorrhoidal เพื่อดูภาพขยาย เรือเหล่านี้จะอยู่ภายใต้ความกดดันยังรุนแรงในระหว่างการคลอดบุตร สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ แต่โรคริดสีดวงทวารที่เกิดจากการตั้งครรภ์เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นชั่วคราว

โรคริดสีดวงทวารได้รับการวินิจฉัยอย่างไร

แพทย์จะตรวจสอบทวารหนั​​กและทวารหนั​​กที่จะมองหาเส้นเลือดบวมที่บ่งบอกถึงโรคริดสีดวงทวารและยังจะดำเนินการสอบทางทวารหนั​​กดิจิตอลที่มี gloved นิ้วหล่อลื่นที่จะรู้สึกสำหรับความผิดปกติการประเมินผลอย่างละเอียดและการวินิจฉัยที่ถูกต้องโดยแพทย์เป็นสิ่งที่สำคัญเวลามีเลือดออกจากทวารหนั​​กหรือเลือดในอุจจาระใด ๆ เกิดขึ้น เลือดออกอาจมีอาการของโรคทางเดินอาหารอื่น ๆ ได้แก่ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
การประเมินผลอย่างใกล้ชิดจากทวารหนั​​กสำหรับโรคริดสีดวงทวารต้องใช้สอบด้วย anoscope, กลวง, หลอดไฟที่มีประโยชน์สำหรับการดูริดสีดวงทวารภายในหรือ proctoscope มีประโยชน์สำหรับการตรวจสอบมากขึ้นอย่างสมบูรณ์ทั้งไส้ตรง

การออกกฎสาเหตุอื่น ๆ ของเลือดออกในทางเดินอาหารแพทย์อาจตรวจสอบทวารหนั​​กและลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง (sigmoid) กับ sigmoidoscopy หรือลำไส้ใหญ่ทั้งหมดด้วย colonoscopy sigmoidoscopy และ colonoscopy เป็นวิธีตรวจวินิจฉัยที่ยังเกี่ยวข้องกับการใช้หลอดไฟของความยืดหยุ่นแทรกผ่านทวารหนั​​ก การรักษาเป็นอย่างไร

การรักษาทางการแพทย์ของโรคริดสีดวงทวารมีวัตถุประสงค์เริ่มแรกในการบรรเทาอาการ มาตรการเพื่อลดอาการ ได้แก่
  • ห้องอาบน้ำอ่างน้ำอุ่นวันละหลายครั้งในที่ราบน้ำอุ่นประมาณ 10 นาที
  • การประยุกต์ใช้ครีม hemorroidal หรือเหน็บไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบระยะเวลาที่ จำกัด
การป้องกันการกำเริบของโรคริดสีดวงทวารจะต้องบรรเทาความกดดันและเครียดจากอาการท้องผูก แพทย์มักจะแนะนำให้เส้นใยที่เพิ่มขึ้นและของเหลวในอาหาร การรับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมของใยและดื่มเครื่องดื่มหกถึงแปดแก้วน้ำ (ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) ส่งผลให้อุจจาระนุ่ม bulkier, อุจจาระนุ่มทำให้ตะกอนบาดาลได้ง่ายขึ้นและช่วยลดความดันในโรคริดสีดวงทวารที่เกิดจากการรัด ขจัดเครียดยังช่วยป้องกันโรคริดสีดวงทวารยื่นออกมาจาก
แหล่งที่ดีของเส้นใยที่มีผักผลไม้และเมล็ดธัญพืช นอกจากนี้แพทย์อาจแนะนำยาละลายอุจจาระเป็นกลุ่มหรืออาหารเสริมใยเช่น psyllium (Metamucil) หรือเมทิล (Citrucel)
ในบางกรณีโรคริดสีดวงทวารจะต้องได้รับการรักษาหรือผ่าตัด endoscopically วิธีการเหล่านี้จะใช้ในการหดและทำลายเนื้อเยื่อ hemorrhoidal แพทย์จะดำเนินการตามขั้นตอนในระหว่างการเยี่ยมชมสำนักงานหรือโรงพยาบาล
จำนวนวิธีการอาจจะถูกใช้ในการลบหรือลดขนาดของริดสีดวงทวารภายใน เทคนิคเหล่านี้รวมถึง
  • ligation ยางรัดยางรัดถูกวางไว้รอบฐานของริดสีดวงทวารภายในทวารหนัก ลดการไหลเวียนของวงปิดและริดสีดวงทวารเหี่ยวแห้งไปภายในไม่กี่วัน
  • sclerotherapyวิธีการแก้ปัญหาสารเคมีที่ถูกฉีดไปรอบ ๆ เส้นเลือดหดตัวริดสีดวงทวาร
  • การแข็งตัวของอินฟราเรดอุปกรณ์พิเศษที่ใช้ในการเผาผลาญของเนื้อเยื่อ hemorrhoidal
  • ริดสีดวงทวารในบางครั้งที่กว้างขวางหรือรุนแรงโรคริดสีดวงทวารภายในหรือภายนอกอาจจำเป็นต้องมีการกำจัดโดยการผ่าตัดที่เรียกว่าริดสีดวงทวาร

โรคริดสีดวงทวารจะป้องกันได้อย่างไร

วิธีที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้โรคริดสีดวงทวารคือการเก็บอุจจาระอ่อนนุ่มเพื่อให้พวกเขาผ่านได้อย่างง่ายดายจึงลดความดันและการรัดและเพื่อบาดาลว่างโดยเร็วที่สุดหลังจากที่ผลักดันให้เกิดขึ้น การออกกำลังกายรวมทั้งการเดินและเส้นใยที่เพิ่มขึ้นในอาหารช่วยลดอาการท้องผูกและรัดด้วยการผลิตอุจจาระที่นุ่มขึ้นและง่ายที่จะผ่าน



การสอบและการทดสอบ

แพทย์มักจะสามารถวินิจฉัยโรคริดสีดวงทวารได้ง่ายๆโดยการตรวจสอบพื้นที่ทางทวารหนั​​ก ถ้าจำเป็นให้การทดสอบที่อาจช่วยในการวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นรวมถึง:
  • สตูล guaiac (แสดงให้เห็นการปรากฏตัวของเลือด)
  • sigmoidoscopy
  • Anoscopy

การรักษา

เฉพาะที่เคาน์เตอร์ครีมเตียรอยด์สามารถลดอาการปวดและบวม ครีมริดสีดวงทวารที่มี lidocaine สามารถลดความเจ็บปวด สีน้ำตาลแดงแม่มด (นำไปใช้กับ swabs ฝ้าย) สามารถลดอาการคัน ขั้นตอนอื่น ๆ ที่มีอาการคันทวารหนั​​กรวมถึง:
  • สวมชุดชั้นฝ้าย
  • หลีกเลี่ยงการเนื้อเยื่อห้องน้ำด้วยน้ำหอมหรือสี
  • พยายามที่จะไม่เกาพื้นที่
ห้องอาบน้ำ Sitz สามารถช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น นั่งในน้ำอุ่นเป็นเวลา 10 ถึง 15 นาที softeners สตูลช่วยลดการรัดและท้องผูก
สำหรับกรณีที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่บ้านศัลยแพทย์หรือ gastroenterologist สามารถใช้การรักษาความร้อนหรือที่เรียกว่าการแข็งตัวของอินฟราเรดที่จะหดตัวริดสีดวงทวารภายในซึ่งอาจช่วยหลีกเลี่ยงการผ่าตัด การผ่าตัดที่อาจจะทำเพื่อรักษาโรคริดสีดวงทวารซึ่งรวมถึงการ ligation ยางรัดริดสีดวงทวารหรือการผ่าตัด ขั้นตอนเหล่านี้จะถูกใช้โดยทั่วไปสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดอย่างรุนแรงหรือมีเลือดออกที่ยังไม่ได้ตอบสนองต่อการรักษาอื่น ๆ
การรักษาส่วนใหญ่จะมีประสิทธิภาพ แต่เพื่อป้องกันไม่ให้โรคริดสีดวงทวารจากการกลับมาคุณจะต้องรักษาเส้นใยสูงมากในอาหารและเครื่องดื่มของของเหลว

ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นไปได้

เลือดในหลอดเลือดดำขยายใหญ่ขึ้นอาจทำให้เกิดการอุดตันและเนื้อเยื่อรอบริดสีดวงทวารสามารถตาย ริดสีดวงทวารที่มีการอุดตันโดยทั่วไปต้องผ่าตัด
เลือดออกรุนแรงอาจเกิดขึ้น โรคโลหิตจางขาดธาตุเหล็กอาจส่งผลให้จากการสูญเสียเป็นเวลานานของเลือด เลือดออกที่สําคัญจากโรคริดสีดวงทวารเป็นเรื่องปกติ แต่

เมื่อไปติดต่อแพทย์มืออาชีพ

โทรนัดล่วงหน้ากับผู้ให้บริการดูแลสุขภาพของคุณถ้าอาการริดสีดวงทวารไม่ปรับปรุงด้วยการรักษาที่บ้าน คุณควรที่จะมองเห็นได้ถ้าคุณมีเลือดออกทางทวารหนั​​ก ผู้ให้บริการของคุณอาจต้องการตรวจสอบสาเหตุอื่น ๆ ที่รุนแรงมากขึ้นจากการมีเลือดออกโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณไม่เคยเลือดจากโรคริดสีดวงทวารก่อน
การป้องกัน
หลีกเลี่ยงการรัดในระหว่างการเคลื่อนไหวของลำไส้คุณสามารถช่วยป้องกันโรคริดสีดวงทวารโดยการป้องกันอาการท้องผูก ดื่มน้ำมากอย่างน้อยแปดแก้วต่อวัน กินอาหารเส้นใยสูงจากผักผลไม้ธัญพืช พิจารณาอาหารเสริมใย